โควิด-19 มีผลกับเรามากแค่ไหน

2020-04-24 19:52:50 View 66 Comment Category: Lifestyle

วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องที่อยู่รอบตัวเราทุกวันนี้ตั้งแต่ตื่นยันนอน วนเวียนมาเป็นเดือนแล้ว นั่นก็คือ Covid-19 นั่นเอง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เรื่องที่คิดก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง คิดว่าปลายปีจะได้โบนัสเท่าไหร่น้อ ไปเที่ยวที่ไหนดีน้อ ก็คิดวนๆ อยู่ประมาณนี้ จนกระทั่งปีใหม่ก็ตัดสินใจไปเคาท์ดาวน์ที่โอซาก้าแบบเร่งด่วน ที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะไม่ได้เคาน์ดาวน์ใน USJ (ไม่รู้ว่าตั๋วเคาท์ดาวน์ Sold out ไปแล้ว) แต่ก็ไปเคาท์ดาวน์ที่ Dotonbori แทน แล้วก็สัมผัสบรรยากาศปีใหม่ที่โอซาก้าจนกระทั่งกลับมาบ้าน ก็ยังไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรใหญ่โต หลังจากโบนัส ก็เป็นเรื่องของการปรับเงินเดือน แล้วก็มานั่งคิดว่าจะทำอะไรต่อในชีวิต เราพยายามมามากพอรึยัง หรือเราแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ จนกระทั่งผ่านมาถึงตอนนี้

ตอนนี้อะไรๆ ก็เริ่มแย่ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่กลับเป็นเรื่องของคนทั้งโลกเฉยเลย ไม่มีใครในวินาทีนี้ที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ปกติเหมือนเดิม ถึงจะอยากใช้เหมือนเดิม แต่สภาพแวดล้อมไม่อำนวยให้มันเหมือนเดิมได้แน่ๆ เพราะ Covid-19 นี่เอง

Covid-19 หรือ Coronavirus 2019 ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมานั้น ในตอนแรกก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่จะวนอยู่แค่ในอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนธันวาคม 2019 แต่ด้วยความที่สถานที่นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีผู้คนเข้าออกทุกวัน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในที่นั้น เดินทางออกนอกประเทศ บางคนก็กลับประเทศตัวเอง จนทำให้เกิดการระบาดไปยังสถานที่อื่น เพราะเชื้อไวรัสนั้นสามารถได้จากคนสู่คนด้วยสารคัดหลั่ง และติดต่อได้อย่างรวดเร็วจนมัน Spread out ไปทั่วโลก จนกระทั่งเมื่อเดือนมีนาคม 2020 ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ออกมาประกาศว่าเป็น "การระบาดใหญ่" หรือ "pandemic" โดยให้คำนิยามว่า "การที่โรคติดเชื้อแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ง่าย โดยเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ทั่วโลก" (link) รายละเอียดเกี่ยวกับ fact ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโลกนี้หาอ่านได้ตาม internet เลย ซึ่งทุกวันนี้คนเราก็กำลังคลุกคลีอยู่กับมันอยู่

ที่จะพูดก็คือ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของการก้าวเข้าสู่ยุค Covid-19 จากที่ตอนแรกต้องมานั่งกังวลว่า ในแต่ละวันจะทำงานอะไรบ้าง ทำแล้วจะดีไหม ดีพอที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีในแต่ละปีหรือไม่ ทุกอย่างมันก็ตาลปัตร จะมาคิดโดยใช้เกณฑ์ว่า "ดี" ไม่ได้แล้ว แต่เหมือนกับว่าจะเอาตัวรอดในแต่ละวันยังไงดี น่าจะดีกว่า เพราะชีวิตประจำวันมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เราไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้เหมือนเดิมเพราะต้อง Work From Home (เอาจริงๆ เรื่องนี้ออกจะชอบมากเลยนะ แต่ไม่ควรจะอยู่ในสภาวะแบบนี้) เราไม่สามารถออกไปจับจ่าย ใช้สอย หรือช็อปปิ้งอะไรได้อีก เพราะถ้ามีทางเลือกที่สามารถสั่ง online ได้ ก็สั่ง online เอาดีกว่า แม้แต่จะซื้อข้าวกิน ก็ยังต้องสั่งเอา หรือไม่ก็ซื้อกลับบ้าน ไม่สามารถนั่งกินที่ร้านได้อีกแล้ว จริงๆ มีของจำเป็นที่ต้องออกไปซื้อเพื่อดูของ ก็ยังทำไม่ได้เลย เพราะไม่รู้มันจำเป็นพอที่จะต้องออกไปให้ได้มั้ย ดูเหมือนจะ Panic ไปหมด แต่คิดว่ากันไว้ก็ดีกว่าถ้าต้องมาป่วยจริงๆ หรือต่อให้ป่วยแต่ไม่มีอาการ ก็กลัวว่าจะเอาไปติดคนอื่นที่เขาอาจจะไม่ได้ร่างกายแข็งแรง หรือมีภูมิต้านทาน บางทีก็กังวลไปหมด

มันไม่ใช่เรื่องที่ดี ไม่ใช่อะไรที่จะมาบอกว่า Covid-19 ออกมาพิพากษามนุษย์ เอาจริงๆ ค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับประโยคแบบนี้ มันคือวิกฤติ มันคือเหตุการณ์ มันคือสิ่งที่กระทบไปอย่างวงกว้าง ในสภาวะแบบนี้เรามองไม่ออกหรอกว่าคนที่เขาลำบากจริงๆ เขาจะอยู่ยังไง ตอนสภาวะปกติก็ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว พอมาเจอช่วงที่ทำมาหากินไม่ได้อีก มันจะอยู่ยังไงอะ นี่เราแค่ได้รับผลกระทบบ้างยังรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เคยคิดมาตลอดว่าชีวิตมันมีทางออกให้เสมอ ไม่ไปทางโน้นก็มาทางนี้ได้ แล้วถ้าวันนึงมันไม่มีทางออกขึ้นมาจะทำยังไงอะ ?

มันไม่เหมือนเดิม ต่อไปนี้มันจะไม่มีทางเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามันมีเสี้ยวนึงที่ได้เปลี่ยนไปแล้ว มันก็จะเปลี่ยนไปตลอด ต่อให้วันนึงตัวเลขบ้านเราเป็น 0 ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม แต่ความรู้สึก ความ Panic ความกังวลมันก็จะยังวนเวียน ถ้าหากต้องกลับไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศ อะไรหลายๆ อย่างก็อาจจะไม่เหมือนเดิม คนที่เคยเจอกันทุกวัน พอไม่ได้เจอกันนานๆ ไม่ได้คุยกันนานๆ มันก็จะทำตัวไม่เหมือนเดิม มันเปลี่ยนไปหมด แล้วเราต้องรับมือกับมันยังไง เราจะปรับตัวยังไง มันพูดได้แหละ มันเข้าใจทฤษฎีแหละ แต่เราจะทำยังไงอะ เหมือนคนบ้ามานั่งคิดอะไรวนเวียน สุดท้ายก็นอนไม่หลับ เกิดโรคอื่นแทรกซ้อนมาอีก


ค่าส่วนกลางที่จ่ายไป ตอนนี้จะไปว่ายน้ำก็ยังไม่ได้ เขาจะคืนค่าส่วนกลางให้ไหม...


นับว่าตัดสินใจถูกแล้ว ที่ตอนปลายปีไปเคาท์ดาวน์ที่โอซาก้า เพราะถ้าไม่ได้ไปตอนนั้นก็ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไหร่ จากตอนแรกที่แพลนไว้จะไปตอนต้นเดือน พ.ค. เพื่อจะไปดูซากุระที่ฮอกไกโดก็อดแล้ว

TAG: โควิด-19 | osaka